หนังสือ "4 ปี นรกในเขมร" (カンボジアわが愛―生と死の1500日)
ผู้เขียน : ยาสึโกะ นะอิโต (内藤泰子)
ผู้แปล : ผุสดี นาวาวิจิต
การเรียนอารยธรรมเอเชียตะวันออกที่คณะอักษรศาสตร์ ทำให้ผมได้มาเจอกับหนังสือเล่มนี้...
4 ปี นรกในเขมร เป็นบันทึกเรื่องราวการระหกระเหินในดินแดนเขมร ซึ่งในขณะนั้นเต็มไปด้วยความรุนแรง คุณยาสึโกะ (ผู้เขียน) เกิดในตระกูลซามูไร แต่งงานกับนักการทูตชาวกัมพูชา มีบุตรด้วยกันสองคน เรียกได้ว่าเป็นครอบครัวที่สมบูรณ์แบบเลยทีเดียว แต่แล้ว วันหนึ่ง เมื่อกองทัพเขมรแดงเรืองอำนาจ ชะตากรรมของครอบครัวนี้ (รวมถึงขะตากรรมของชาวเขมรทั้งประเทศ) ก็ต้องเปลี่ยนไปตลอดกาล ผู้เขียนต้องเร่ร่อนไปที่ต่าง ๆ มากมาย ต้องนอนกลางดิน กินกลางทราย และที่น่าเจ็บปวดที่สุดก็คือ ผู้เขียนต้องสูญเสียคนที่ตนเองรักไปทีละคน ๆ ต่อหน้าต่อตา
หนังสือเล่มนี้ทำให้ผมสะเทือนใจเป็นอย่างมาก ไม่อยากเชื่อว่า มนุษย์จะโหดร้ายต่อเพื่อนมนุษย์ด้วยกันถึงปานนี้ ประวัติศาสตร์คือเครื่องเตือนใจที่คอยย้ำเตือนให้มนุษย์ทุกคนไม่ก้าวไปสู่ความผิดพลาดเช่นนี้อีก
วันศุกร์ที่ 7 ธันวาคม พ.ศ. 2561
วันพฤหัสบดีที่ 6 ธันวาคม พ.ศ. 2561
【รีวิว】โซลซอกแซก
หนังสือ “โซลซอกแซก”
ผู้เขียน : เมย์โย
โซลซอกแซก เป็นบันทึกการเดินทางท่องเที่ยวในประเทศเกาหลีใต้ของคุณเมย์โย ผู้เขียนได้นำผมไปรู้จักแง่มุมต่าง ๆ ของมหานครอันมีเสน่ห์ที่ชื่อว่า "โซล" ส่วนที่ผมชอบมากที่สุดในหนังสือเล่มนี้น่าจะเป็นการแนะนำของกิน ซึ่งมีการบอกพิกัดของร้านนั้น ๆ โดยละเอียด ทำให้ผมอยากตามรอยไปกินถึงกรุงโซลเลย
ผู้เขียน : เมย์โย
โซลซอกแซก เป็นบันทึกการเดินทางท่องเที่ยวในประเทศเกาหลีใต้ของคุณเมย์โย ผู้เขียนได้นำผมไปรู้จักแง่มุมต่าง ๆ ของมหานครอันมีเสน่ห์ที่ชื่อว่า "โซล" ส่วนที่ผมชอบมากที่สุดในหนังสือเล่มนี้น่าจะเป็นการแนะนำของกิน ซึ่งมีการบอกพิกัดของร้านนั้น ๆ โดยละเอียด ทำให้ผมอยากตามรอยไปกินถึงกรุงโซลเลย
【รีวิว】สองเงาในเกาหลี
หนังสือ “สองเงาในเกาหลี”
ผู้เขียน : ทรงกลด บางยี่ขัน
ช่วงนี้ผมกำลังบ้าอะไรที่เป็น "เกาหลี" แล้วหนังสือเล่มนี้ก็เข้ามาซ้ำเติมให้ผมยิ่งบ้าเข้าไปใหญ่...
"สองเงาในเกาหลี" เป็นเรื่องราวของชายหญิงคู่หนึ่ง (จะเรียกว่าเป็นคู่ก็ไม่ถูกนัก เอ๊ะยังไง) ที่บังเอิญมาพบกันที่ประเทศเกาหลี ทั้งสองไม่เคยรู้จักกันมาก่อน แต่ละฝ่ายเป็นใคร ทำงานอะไรก็ไม่รู้ แต่กลับตัดสินใจออกเดินทางท่องเที่ยวไปด้วยกัน เกิดเป็นความสัมพันธ์แบบประหลาด ๆ ขึ้นมา จะว่าเป็นเพื่อนกันก็ไม่ใช่ จะว่าเป็นคนแปลกหน้าก็ไม่เชิง
การเข้ามาของ "เพื่อนร่วมทาง" ทำให้หนังสือเล่มนี้ไม่ใช่หนังสือท่องเที่ยวธรรมดา ๆ ทั่วไป ผมว่าผู้เขียนให้ความสัมพันธ์กับการเดินทางในเกาหลีเป็นอันดับสองด้วยซ้ำ การที่คน ๆ หนึ่งได้เจอคนแปลกหน้า แล้วได้เดินทางด้วยกัน ผมว่าเป็นความมหัศจรรย์ (จนน่าประหลาด555) การมีคนเคียงข้าง อาจทำให้การเดินทางธรรมดา ๆ กลายเป็นการเดินทางที่มีเสน่ห์ได้
ผู้เขียน : ทรงกลด บางยี่ขัน
ช่วงนี้ผมกำลังบ้าอะไรที่เป็น "เกาหลี" แล้วหนังสือเล่มนี้ก็เข้ามาซ้ำเติมให้ผมยิ่งบ้าเข้าไปใหญ่...
"สองเงาในเกาหลี" เป็นเรื่องราวของชายหญิงคู่หนึ่ง (จะเรียกว่าเป็นคู่ก็ไม่ถูกนัก เอ๊ะยังไง) ที่บังเอิญมาพบกันที่ประเทศเกาหลี ทั้งสองไม่เคยรู้จักกันมาก่อน แต่ละฝ่ายเป็นใคร ทำงานอะไรก็ไม่รู้ แต่กลับตัดสินใจออกเดินทางท่องเที่ยวไปด้วยกัน เกิดเป็นความสัมพันธ์แบบประหลาด ๆ ขึ้นมา จะว่าเป็นเพื่อนกันก็ไม่ใช่ จะว่าเป็นคนแปลกหน้าก็ไม่เชิง
การเข้ามาของ "เพื่อนร่วมทาง" ทำให้หนังสือเล่มนี้ไม่ใช่หนังสือท่องเที่ยวธรรมดา ๆ ทั่วไป ผมว่าผู้เขียนให้ความสัมพันธ์กับการเดินทางในเกาหลีเป็นอันดับสองด้วยซ้ำ การที่คน ๆ หนึ่งได้เจอคนแปลกหน้า แล้วได้เดินทางด้วยกัน ผมว่าเป็นความมหัศจรรย์ (จนน่าประหลาด555) การมีคนเคียงข้าง อาจทำให้การเดินทางธรรมดา ๆ กลายเป็นการเดินทางที่มีเสน่ห์ได้
วันศุกร์ที่ 16 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561
【รีวิว】วีซ่าฮาสาด
หนังสือ “วีซ่าฮาสาด”
ผู้เขียน : ต๋งคิวท์
หนังสือ ฺ"วีซ่าฮาสาด" เป็นหนังสือที่ผมคุ้น ๆ ว่าเคยอยากอ่านเมื่อนานนนนมาแล้ว แต่โชคชะตาทำให้ผมได้มาอ่านในปี 2561 นี้ หากใครกำลังสงสัยว่าเจ้าหน้าที่สถานทูต (แผนกวีซ่า) ทำงานกันอย่างไร หนังสือเล่มนี้มีคำตอบ! ด้วยฝีปากที่คมคายของผู้เขียน ทำให้หนังสือเล่มนี้ไม่น่าเบื่อเลย ประกอบกับมุก (ที่ 99% เป็นเรื่องใต้สะดือ) ทำให้หนังสือเล่มนี้มีสีสันเป็นอย่างมาก เรื่องที่ผู้เขียนนำมาเล่าก็เป็นเรื่องแบบวนในสุด ๆ เรียกได้ว่าถ้าไม่ทำงานสถานทูตก็อาจจะไม่มีวันได้รู้ อิอิ นอกจากนั้น ผู้เขียนยังแอบบอกเคล็ดลับการขอวีซ่าอย่างไรให้ผ่านอีกด้วย ว้าวว
ผู้เขียน : ต๋งคิวท์
หนังสือ ฺ"วีซ่าฮาสาด" เป็นหนังสือที่ผมคุ้น ๆ ว่าเคยอยากอ่านเมื่อนานนนนมาแล้ว แต่โชคชะตาทำให้ผมได้มาอ่านในปี 2561 นี้ หากใครกำลังสงสัยว่าเจ้าหน้าที่สถานทูต (แผนกวีซ่า) ทำงานกันอย่างไร หนังสือเล่มนี้มีคำตอบ! ด้วยฝีปากที่คมคายของผู้เขียน ทำให้หนังสือเล่มนี้ไม่น่าเบื่อเลย ประกอบกับมุก (ที่ 99% เป็นเรื่องใต้สะดือ) ทำให้หนังสือเล่มนี้มีสีสันเป็นอย่างมาก เรื่องที่ผู้เขียนนำมาเล่าก็เป็นเรื่องแบบวนในสุด ๆ เรียกได้ว่าถ้าไม่ทำงานสถานทูตก็อาจจะไม่มีวันได้รู้ อิอิ นอกจากนั้น ผู้เขียนยังแอบบอกเคล็ดลับการขอวีซ่าอย่างไรให้ผ่านอีกด้วย ว้าวว
วันศุกร์ที่ 26 ตุลาคม พ.ศ. 2561
【รีวิว】MADE IN THAILAND 2
หนังสือ “MADE IN THAILAND 2”
ผู้เขียน : นวพล ธำรงรัตนฤทธิ์
หนังสือเล่มนี้เป็นหนึ่งในหนังสือไม่กี่เล่มที่ทำให้ผมฮาได้ตลอด5555 ลีลาการเล่าเรื่องของคุณเต่อทำให้ผมหัวเราะจนเกือบเป็นบ้า สิ่งที่ผมชอบในหนังสือเล่มนี้ คือ การใส่ลิงก์เกี่ยวกับเรื่องที่เล่า ทำให้ผู้อ่านสามารถติดตามต่อได้ ทำให้ผมได้รู้จักเรื่องตลก ๆ มากมายในสังคมไทยที่ผมไม่เคยรู้มาก่อน (พลาดไปได้ไงเนี่ย!!) หนังสือเล่มนี้ทำให้ผมตระหนักถึงศักยภาพ (ด้านความฮา) ที่ประเทศไทยมี ถ้าความฮาสามารถเปลี่ยนเป็นไงได้ละก็ ประเทศเราคงรวยที่สุดในโลก 555555
ผู้เขียน : นวพล ธำรงรัตนฤทธิ์
หนังสือเล่มนี้เป็นหนึ่งในหนังสือไม่กี่เล่มที่ทำให้ผมฮาได้ตลอด5555 ลีลาการเล่าเรื่องของคุณเต่อทำให้ผมหัวเราะจนเกือบเป็นบ้า สิ่งที่ผมชอบในหนังสือเล่มนี้ คือ การใส่ลิงก์เกี่ยวกับเรื่องที่เล่า ทำให้ผู้อ่านสามารถติดตามต่อได้ ทำให้ผมได้รู้จักเรื่องตลก ๆ มากมายในสังคมไทยที่ผมไม่เคยรู้มาก่อน (พลาดไปได้ไงเนี่ย!!) หนังสือเล่มนี้ทำให้ผมตระหนักถึงศักยภาพ (ด้านความฮา) ที่ประเทศไทยมี ถ้าความฮาสามารถเปลี่ยนเป็นไงได้ละก็ ประเทศเราคงรวยที่สุดในโลก 555555
คำคม (?) จากหนังสือ "MADE IN THAILAND 2"
มลพิษจะหมดไป รถตั้งแต่หกล้อ ยกท่อไอเสียขึ้นบน
- ผู้ลงสมัครผู้ว่าฯกทม.ท่านหนึ่ง, หน้า 85 -
ช่วงหลังไปรษณีย์ไทยของเราท็อปฟอร์มมากครับ
ทุ่มเท (หมายถึง ทั้งทุ่มและเท)
สร้างผลงานกันออกมาอย่างต่อเนื่อง
จนสามารถเป็นสไตล์การส่งไปรษณีย์ที่ไม่เหมือนใครในโลกได้แล้ว
- หน้า 218 -
- ผู้ลงสมัครผู้ว่าฯกทม.ท่านหนึ่ง, หน้า 85 -
ช่วงหลังไปรษณีย์ไทยของเราท็อปฟอร์มมากครับ
ทุ่มเท (หมายถึง ทั้งทุ่มและเท)
สร้างผลงานกันออกมาอย่างต่อเนื่อง
จนสามารถเป็นสไตล์การส่งไปรษณีย์ที่ไม่เหมือนใครในโลกได้แล้ว
- หน้า 218 -
วันอังคารที่ 23 ตุลาคม พ.ศ. 2561
【รีวิว】The Ballad of Korea หนุ่มดอกไม้ กับ สาวกิมจิ
หนังสือ “The Ballad of Korea หนุ่มดอกไม้ กับ สาวกิมจิ”
ผู้เขียน : อัญชลี ชัยวรพร
ช่วงนี้ผมกำลังบ้าอะไรที่เป็นเกาหลี ๆ ผมจึงเลือกหนังสือเล่มนี้มาอ่าน...
หนังสือเล่มนี้เป็นบันทึกการเดินทางไปทำวิจัยที่ประเทศเกาหลีใต้ของคุณอัญชลี ชัยวรพร เกาหลีที่คุณอัญชลีเขียนถึงในหนังสือเล่มนี้เป็นเกาหลีเมื่อสิบกว่าปีที่แล้ว หนังสือเล่มนี้จึงทำให้ผมได้รู้จักกับ "เกาหลี" ในอีกรูปแบบหนึ่งที่มีทั้งส่วนที่เหมือนและไม่เหมือน "เกาหลี" ในปัจจุบัน ผู้เขียนได้เล่าเรื่องราวเกี่ยวกับเกาหลีในหลาย ๆ แง่มุมที่ผมยังไม่เคยรู้มาก่อน ทำให้ผมรู้จักประเทศนี้มากขึ้น ผู้อ่านที่ไม่ได้เป็นแฟนหนังเกาหลีตัวยง อาจมึนกับชื่อนักแสดงและผู้กำกับมากมายที่ผู้เขียนได้กล่าวถึง แต่การไม่รู้จักชื่อเหล่านั้นก็ไม่ได้ทำให้อรรถรสของหนังสือเล่มนี้ลดน้อยลงแต่ประการใด ในทางกลับกัน หนังสือเล่มนี้อาจทำให้คุณอยากหาหนังเกาหลีเก่า ๆ เหล่านั้นมาดูก็ได้ :D
ผู้เขียน : อัญชลี ชัยวรพร
ช่วงนี้ผมกำลังบ้าอะไรที่เป็นเกาหลี ๆ ผมจึงเลือกหนังสือเล่มนี้มาอ่าน...
หนังสือเล่มนี้เป็นบันทึกการเดินทางไปทำวิจัยที่ประเทศเกาหลีใต้ของคุณอัญชลี ชัยวรพร เกาหลีที่คุณอัญชลีเขียนถึงในหนังสือเล่มนี้เป็นเกาหลีเมื่อสิบกว่าปีที่แล้ว หนังสือเล่มนี้จึงทำให้ผมได้รู้จักกับ "เกาหลี" ในอีกรูปแบบหนึ่งที่มีทั้งส่วนที่เหมือนและไม่เหมือน "เกาหลี" ในปัจจุบัน ผู้เขียนได้เล่าเรื่องราวเกี่ยวกับเกาหลีในหลาย ๆ แง่มุมที่ผมยังไม่เคยรู้มาก่อน ทำให้ผมรู้จักประเทศนี้มากขึ้น ผู้อ่านที่ไม่ได้เป็นแฟนหนังเกาหลีตัวยง อาจมึนกับชื่อนักแสดงและผู้กำกับมากมายที่ผู้เขียนได้กล่าวถึง แต่การไม่รู้จักชื่อเหล่านั้นก็ไม่ได้ทำให้อรรถรสของหนังสือเล่มนี้ลดน้อยลงแต่ประการใด ในทางกลับกัน หนังสือเล่มนี้อาจทำให้คุณอยากหาหนังเกาหลีเก่า ๆ เหล่านั้นมาดูก็ได้ :D
คำคมจากหนังสือ "The Ballad of Korea หนุ่มดอกไม้ กับ สาวกิมจิ"
ท้ายที่สุดแล้ว
สิ่งที่สำคัญมากที่สุดในชีวิตก็คือ
ความเป็นคน
- หน้า 107 -
ถ้าจะบอกว่าได้อะไรจากมหาวิทยาลัย
ฉันกลับคิดว่าไม่ใช่ใบเบิกทางเหล่านั้น
แต่ความเป็นคนนี่ต่างหาก
ที่ฉันคิดว่าเป็นมหาวิทยาลัยชีวิตอย่างแท้จริง
- หน้า 107 -
สิ่งที่สำคัญมากที่สุดในชีวิตก็คือ
ความเป็นคน
- หน้า 107 -
ถ้าจะบอกว่าได้อะไรจากมหาวิทยาลัย
ฉันกลับคิดว่าไม่ใช่ใบเบิกทางเหล่านั้น
แต่ความเป็นคนนี่ต่างหาก
ที่ฉันคิดว่าเป็นมหาวิทยาลัยชีวิตอย่างแท้จริง
- หน้า 107 -
วันพฤหัสบดีที่ 18 ตุลาคม พ.ศ. 2561
【รีวิว】กัมพูชาพริบตาเดียว
หนังสือ “กัมพูชาพริบตาเดียว”
ผู้เขียน : นิ้วกลม
หนังสือเล่มนี้เป็นหนังสือของคุณเอ๋ นิ้วกลม เล่มที่ 2 ที่ผมอ่าน (เล่มแรกคือ ลอนดอนไดอารี่) แรงบันดาลใจในการอ่านหนังสือของคุณเอ๋เกิดจากการทำข้อสอบกลางภาควิชา "การใช้ภาษาไทย" ที่คณะอักษรศาสตร์ ในข้อสอบการย่อความ ผมได้อ่านบทความ "วัฒนธรรมรูปด้าน" จากหนังสือ "ตรวจภายใน" ที่คุณเอ๋เขียน ผมรู้สึกถูกใจแนวคิดและวาทศิลป์ของนักเขียนท่านนี้ จึงตามหาหนังสือเล่มอื่น ๆ อ่านเพิ่มเติม
เข้าเรื่อง ๆ 555+ หนังสือ "กัมพูชาพริบตาเดียว" เล่มนี้เป็นหนังสือที่ผมอ่านจบเร็วมาก เรียกได้ว่าใช้เวลาอ่านเพียง "พริบตาเดียว" เหมือนชื่อเรื่อง ผู้เขียนเล่าเรื่องการเดินทางท่องเที่ยวในประเทศกัมพูชาได้สนุกมาก ที่ผมประทับใจเป็นพิเศษคือการให้ข้อคิดเล็ก ๆ น้อย ๆ ในแต่ละบท ไม่อยากจะเชื่อว่าเรื่องบางเรื่องที่เรามองว่าเป็นเรื่องธรรมดา ผู้เขียนสามารถนำเรื่องราวดังกล่าวมาตีความให้ลึกซึ้งขึ้นไปอีก การอ่านหนังสือเล่มนี้ทำให้ผมได้มุมมองใหม่ ๆ มากมาย ทำให้ผมได้เห็นแง่มุมใหม่ ๆ ของชีวิต ทำให้ผมได้ตระหนักว่าในชีวิตคนเราที่แสนสั้นแค่ "พริบตาเดียว" เราควรจะทำอะไร และอะไรคือสิ่งสำคัญในชีวิต
ผู้เขียน : นิ้วกลม
หนังสือเล่มนี้เป็นหนังสือของคุณเอ๋ นิ้วกลม เล่มที่ 2 ที่ผมอ่าน (เล่มแรกคือ ลอนดอนไดอารี่) แรงบันดาลใจในการอ่านหนังสือของคุณเอ๋เกิดจากการทำข้อสอบกลางภาควิชา "การใช้ภาษาไทย" ที่คณะอักษรศาสตร์ ในข้อสอบการย่อความ ผมได้อ่านบทความ "วัฒนธรรมรูปด้าน" จากหนังสือ "ตรวจภายใน" ที่คุณเอ๋เขียน ผมรู้สึกถูกใจแนวคิดและวาทศิลป์ของนักเขียนท่านนี้ จึงตามหาหนังสือเล่มอื่น ๆ อ่านเพิ่มเติม
เข้าเรื่อง ๆ 555+ หนังสือ "กัมพูชาพริบตาเดียว" เล่มนี้เป็นหนังสือที่ผมอ่านจบเร็วมาก เรียกได้ว่าใช้เวลาอ่านเพียง "พริบตาเดียว" เหมือนชื่อเรื่อง ผู้เขียนเล่าเรื่องการเดินทางท่องเที่ยวในประเทศกัมพูชาได้สนุกมาก ที่ผมประทับใจเป็นพิเศษคือการให้ข้อคิดเล็ก ๆ น้อย ๆ ในแต่ละบท ไม่อยากจะเชื่อว่าเรื่องบางเรื่องที่เรามองว่าเป็นเรื่องธรรมดา ผู้เขียนสามารถนำเรื่องราวดังกล่าวมาตีความให้ลึกซึ้งขึ้นไปอีก การอ่านหนังสือเล่มนี้ทำให้ผมได้มุมมองใหม่ ๆ มากมาย ทำให้ผมได้เห็นแง่มุมใหม่ ๆ ของชีวิต ทำให้ผมได้ตระหนักว่าในชีวิตคนเราที่แสนสั้นแค่ "พริบตาเดียว" เราควรจะทำอะไร และอะไรคือสิ่งสำคัญในชีวิต
คำคมจากหนังสือ "กัมพูชาพริบตาเดียว"
เวลาได้ออกไปเจอคนอื่น
เราจะไม่คิดถึงแต่ตัวเอง
- หน้า 193 -
เรามีเวลากันแค่
คนละพริบตาเดียว
- หน้า 227 -
เราจะไม่คิดถึงแต่ตัวเอง
- หน้า 193 -
เรามีเวลากันแค่
คนละพริบตาเดียว
- หน้า 227 -
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)






