วันพฤหัสบดีที่ 5 เมษายน พ.ศ. 2561

【รีวิว】คิวชู | ภูเขา | เงาจันทร์

หนังสือ “คิวชู | ภูเขา | เงาจันทร์”
ผู้เขียน : โสภณ ศุภมั่งมี

หนังสือพาไป | คิวชู | ภูเขา | เงาจันทร์

         หนังสือเล่มนี้เป็นหนังสือที่ผมได้อ่านเพราะความบังเอิญครับ  ตัวผมเองไม่เคยรู้จักผู้เขียนท่านนี้และหนังสือเล่มนี้มาก่อน  ผมบังเอิญเจอแล้วเห็นว่าหน้าปกสวยดี  หนำซ้ำยังเกี่ยวกับประเทศญี่ปุ่นที่ผมชอบ ก็เลยหยิบขึ้นมาอ่านครับ

         ชื่อหนังสือก็บอกอยู่แล้วว่าหนังสือเล่มนี้มีเนื้อหาเกี่ยวกับการเดินทางท่องเที่ยวบนเกาะคิวชู (九州) ซึ่งคุณโสภณ (ผู้เขียน) กับภรรยาได้เดินทางไปเที่ยวกันเป็นระยะเวลาประมาณ 5 วัน แล้วก็มาเขียนบันทึกการเดินทางให้พวกเราได้อ่านกัน

         ผู้เขียนหนังสือเล่มนี้เป็นคนที่บรรยายสภาพแวดล้อมได้ละเอียดมากกกกก  บรรยายแม้กระทั่งใบไม้พลิ้วไหว  ทำให้ผู้อ่านเกิดจินตภาพ เห็นภาพได้ชัดเจนเหมือนไปเที่ยวด้วยตัวเอง  นอกจากบรรยายสภาพแวดล้อมละเอียดแล้วยังบรรยายของกินละเอียดอีก!  ผมเองเป็นคนไม่ทานปลาดิบอยู่แล้ว พออ่านมาถึงฉากที่ผู้เขียนบรรยายการทานปลาดิบหรืออาหารดิบ ๆ  ถึงกับรู้สึกอยากอาเจียนเลยทีเดียว555  บรรยายซะเห็นภาพเลยครับ (แต่ดูเหมือนผู้เขียนจะชอบทานมาก)

         สำหรับใครที่ยังไม่เคยไปเที่ยวเกาะคิวชูแล้วอยากจะสัมผัสประสบการณ์การไปเที่ยวแบบธรรมชาติ ๆ  หนังสือเล่มนี้ตอบโจทย์คุณได้ครับ  ผมยังอยากจะจัดทริปไปเที่ยวตามหนังสือเล่มนี้เลย (แต่คงไม่กินปลาดิบกับเนื้อม้านะ555)

คำคมจากหนังสือ "คิวชู | ภูเขา | เงาจันทร์"


น้อยคนนักที่จะมีโอกาสได้ทำในสิ่งที่รัก
และรักในสิ่งที่ทำ
- หน้า 112 -

ถ้าตัดสินใจแล้วต้องไปให้สุด
แม้จะยากและล้มกี่ครั้ง
อาจจะไม่สำเร็จอย่างที่ฝัน
แต่อย่างน้อยก็ได้ชื่อว่าทำถึงที่สุดแล้ว
- หน้า 148 -

ไม่มีใครไม่เคยล้ม
ไม่มีใครไม่เคยเสียน้ำตา
แต่สุดท้ายเราเองเป็นคนกำหนดว่า
หลังจากหยดน้ำตาเหือดแห้ง
เราจะยอมแพ้หรือเราจะไปต่อ
ตอบคำถามตัวเองที่ว่า...
"หยดน้ำตาที่เสียไปสำคัญแค่ไหนกัน?"
- หน้า 148 -

การมีเป้าหมาย
เป็นเรื่องที่จำเป็นสำหรับการเดินทาง
แต่เมื่อไปถึงแล้วจะพอใจกับสิ่งที่ได้รับหรือเปล่า
นั่นเป็นอีกเรื่องหนึ่ง
- หน้า 200 -

【รีวิว】The Lion, the Witch and the Wardrobe

หนังสือ “The Lion, the Witch and the Wardrobe”
นวนิยายชุด The Chronicles of Narnia เล่ม 2
ผู้เขียน : ซี. เอส. ลิวอิส (C. S. Lewis)

หนังสือพาไป | The Lion, the Witch and the Wardrobe

         นับเป็นครั้งที่ 2 ที่ผมกลับมาอ่านนวนิยายชุดนี้อีกครั้ง  ตัวผมเองชอบอะไรที่เกี่ยวกับนาร์เนียมากกก  ชอบตั้งแต่ไปดูหนังในโรงกับคุณพ่อแล้วครับ  (ณ ปัจจุบัน ยังคงเฝ้ารอภาค 4 อย่างใจจดใจจ่อ  ชาตินี้จะได้ดูมั้ย)  แต่คราวนี้ผมเลือกอ่านเป็นฉบับภาษาอังกฤษครับ จะได้ฝึกภาษาไปในตัว  อีกใจหนึ่งก็แอบอยากอ่านสำนวนจริง ๆ ของคุณซี. เอส. ลิวอิส ผู้เขียนด้วย  ภาษาอังกฤษในเรื่องนี้ค่อนข้างง่ายนะครับ แต่ออกจะโบราณอยู่บ้าง  ถ้าใครอยากฝึกภาษาอังกฤษก็อ่านได้เลยครับ สบายมาก

         เรื่องราวในเล่มก็คล้าย ๆ กับหนังที่หลาย ๆ คนได้ดูแหละครับ  แต่ฉบับนวนิยายจะออกแนวนิทานสำหรับเด็กมากกว่า  ฉากรบเอย ฉากสงครามเอย จะไม่อลังการเท่าในหนัง  บางฉากในหนังนี่ยาวมากก แต่ในนิยายแค่ 2 หน้า  พออ่านจบก็อุทานแบบ "แค่เนี้ยะ?!"  รวม ๆ ทั้งเล่มไม่หนามาก  อ่านเพลิน ๆ ก็จบเล่มแล้วครับ

         หลังอ่านจบผมก็ยิ่งเป็นติ่งนาร์เนียขึ้นไปอีกครับ  หลังจากห่างหายจากนาร์เนียไปนาน  คราวนี้กลับมาติ่งอีกครั้ง แล้วก็ติ่งแรงส์ด้วย  นวนิยายชุดนี้เป็นนวนิยายที่ผมชอบมากที่สุดครับ  นาร์เนียไม่ใช่แค่เรื่องแต่ง แต่นาร์เนียคือ "เวทมนตร์"

For Narnia and for Aslan!!!!!!!!!!!!!

วันพุธที่ 4 เมษายน พ.ศ. 2561

【รีวิว】Bon En Khmer

หนังสือ “Bon En Khmer”
ผู้เขียน : บองเต่า

หนังสือพาไป | Bon En Khmer

         Bon En Khmer เป็นหนังสือที่บอกเล่าประสบการณ์การไปทำงานที่กรุงพนมเปญ ประเทศกัมพูชา ของคุณบองเต่า  เจ้าของผลงาน Bon En France ผู้นี้ นี่เองงงงง!!

         คุณบองเต่ายังคงเล่าเรื่องได้น่าติดตามเหมือนเดิม  เผลอแป๊บเดียวก็อ่านจบเล่มแล้วครับ555  หลังจากอ่านหนังสือเล่มนี้จบ ผมรู้สึกว่าตัวเองได้รับความรู้เกี่ยวกับคนเขมรหลายเรื่องเลยทีเดียว  ไม่ว่าจะเป็น วัฒนธรรมการแต่งงาน, การกิน, ไลฟ์สไตล์ต่าง ๆ  หนังสือเล่มนี้ได้ช่วยเปิดโลกทัศน์ของผมมากเลยครับ

         ไม่ใช่แค่ความสนุกและอรรถรสอย่างเดียวที่เราได้รับจากหนังสือเล่มนี้  ผู้เขียนเองยังให้ข้อคิดกับเราอีกด้วย  ขุ่นพระ!  ในบางแง่มุมที่คุณอาจจะเคยมองข้าม  หนังสือเล่มนี้จะทำให้คุณฉุกคิดได้ครับ  งงอะดิ555  ถ้าอยากรู้ต้องไปหามาอ่านเองค้าบ

คำคมจากหนังสือ "Bon En Khmer"


สิ่งใดเกิดขึ้นแล้ว สิ่งนั้นย่อมดีเสมอ
- หน้า 209 -

วันจันทร์ที่ 2 เมษายน พ.ศ. 2561

【รีวิว】Bon En France

หนังสือ “Bon En France”
ผู้เขียน : บองเต่า

หนังสือพาไป | Bon En France

         Bon En France เป็นหนังสือที่บอกเล่าถึงประสบการณ์ชีวิตของคุณบองเต่า ที่ไปเรียน MBA ถึงประเทศฝรั่งเศส  ดินแดนที่คนไทยหลายคนรวมถึงตัวผมหลงใหล

         หากพูดถึงประเทศฝรั่งเศส หลายคนคงนึกถึงหอไอเฟล, ประตูชัย, Louis Vuitton และภาพความหรูหราของประเทศนี้  แต่นั่นเป็นเพียงมุมมองของคนที่ "ไปเที่ยว" เท่านั้นครับ  เมื่อผมอ่านหนังสือเล่มนี้จบ  ผมจึงได้รู้ว่ามุมมองที่ผมมีต่อประเทศฝรั่งเศสนั้นแคบแสนแคบ  คุณบองเต่าได้เปิดมุมมองที่ผมมีต่อประเทศฝรั่งเศส  ทำให้ผมได้ทราบเรื่องราวมากมายเกี่ยวกับประเทศนี้  เรื่องราวที่ผู้ที่ได้ไปอยู่จริง ๆ เท่านั้นที่ได้รับรู้

         การเล่าเรื่อง, บรรยาย, พรรณนา ต่าง ๆ ในเล่มนี้  ไม่มีบทไหนที่น่าเบื่อเลยครับ  คุณบองเต่าเองน่าจะเป็นคนที่มีวาทศิลป์อยู่พอสมควร  ถึงได้เล่าเรื่องออกมาได้สนุกขนาดนี้  บางที เวลาที่ผมอ่านหนังสือเล่มนี้ ผมจะเปิดกูเกิลแม็ปดูไปพลาง  มันจะทำให้เราเห็นภาพมากขึ้น ว่าสถานที่ในเรื่องนั้นอยู่ตรงไหน  พูดแล้วอยากไปเห็นพระราชวังฟงแตนโบลสักครั้ง

         หนังสือเล่มนี้ทำให้ผมได้รู้เรื่องราวมากมาย ได้ประสบการณ์ที่น่าจดจำเสมือนไปเรียนที่ฝรั่งเศสด้วยตัวเอง และที่สำคัญคือได้แรงบันดาลใจครับ :)

คำคมจากหนังสือ "Bon En France"


"มันคือหนึ่งปีที่โลกใบเดิมดูเล็กลง
และเราสามารถไปที่ไหนในโลกก็ได้
เพียงแค่เราตั้งใจจะก้าวไปหามัน"
- หน้า 428 -

วันอังคารที่ 27 มีนาคม พ.ศ. 2561

【รีวิว】เจตนาเลือด

หนังสือ “เจตนาเลือด” (悪意)
ผู้เขียน : ฮิงาชิโนะ เคโงะ (東野圭吾)
ผู้แปล : สุริยงวรวุฒิ สิริวัฒน์กุล

หนังสือพาไป | เจตนาเลือด

อยู่ระหว่างการอ่านคร้าบ...

【รีวิว】ฆาตกรรมคืนฝนดาวตก

หนังสือ “ฆาตกรรมคืนฝนดาวตก” (流星の絆)
ผู้เขียน : ฮิงาชิโนะ เคโงะ (東野圭吾)
ผู้แปล : อิศเรศ ทองปัสโณว์

หนังสือพาไป | ฆาตกรรมคืนฝนดาวตก

        นวนิยายเรื่อง "ฆาตกรรมคืนฝนดาวตก" เป็นหนึ่งในนวนิยายที่ผมได้อ่านด้วยความบังเอญ  เพียงอ่านเรื่องย่อด้านหลัง ผมก็ตัดสินใจซื้อทันที  หลังจากอ่านจบ ขอบอกเลยครับว่าไม่ผิดหวัง

        นวนิยายเรื่องนี้มีเนื้อหาเกี่ยวกับเด็กสามพี่น้องที่พ่อแม่ถูกฆาตกรรมในคืนที่พวกเขาแอบหนีออกจากบ้านไปดูฝนดาวตก  พวกเขาเติบโตมาโดยเก็บความคับแค้นในคืนนั้นไว้ตลอด

        การเล่าเรื่องตั้งแต่ต้นจนจบเป็นไปอย่างลื่นไหล  ไม่มีตอนไหนที่น่าเบื่อเลยครับ  ทุก ๆ ฉากที่ใส่เข้ามามีสำคัญ  นอกจากเนื้อเรื่องหลักแล้ว ผู้อ่านยังได้ความรู้มากมายเกี่ยวกับแนวคิดของผู้ที่ประกอบธุรกิจร้านอาหารอีกด้วย  กลยุทธ์ต่าง ๆ ที่ใส่เข้ามาในเรื่องก็สมเหตุสมผล ไม่โอเวอร์เกินไป  ตัวละครทุกตัวเป็นสีเทา  ไม่มีใครดีหรือเลวร้อยเปอร์เซ็นต์  ทำให้ตัวละครในนวนิยายเรื่องนี้มีมิติ  เหมือนกับมนุษย์เราจริง ๆ  รับรองว่าผู้อ่านทุกท่านต้องอึ้งไปตาม ๆ กันในฉากเปิดเผยตัวฆาตกร  เพราะฆาตกรในเรื่องนี้เป็นคนที่ผมคาดไม่ถึงเลยครับ  พอเฉลยก็รู้สึกตกใจเบา ๆ  แต่เหตุผลของการฆาตกรรมก็สมเหตุสมผลอยู่ครับ

     สรุป : ถ้าใครมองหานวนิยายสืบสวนญี่ปุ่นอ่านอยู่ละก็ อ่านนวนิยายเล่มนี้รับรองไม่ผิดหวังครับ

วันเสาร์ที่ 7 ตุลาคม พ.ศ. 2560

【รีวิว】น่าจะรู้อย่างนี้ตั้งแต่ตอนอายุ 20

หนังสือ “น่าจะรู้อย่างนี้ตั้งแต่ตอนอายุ 20” (What I Wish I Knew When I Was 20)
โดย ทีนา ซีลิก (Tina Seelig)


คำคมจากหนังสือ "น่าจะรู้อย่างนี้ตั้งแต่ตอนอายุ 20"


การตัดสินใจเลือกทุกครั้งย่อมมาพร้อมกับความไม่แน่นอน
แต่เมื่อคุณได้เห็นว่าคนอื่นจัดการกับความไม่แน่นอนที่คล้ายคลึงกันอย่างไร
คุณก็จะเริ่มมีความมั่นใจมากขึ้น
เมื่อนั้นความเครียดก็จะแปรเปลี่ยนไปเป็นความตื่นเต้น
แล้วปัญหาที่คุณเผชิญอยู่ก็จะกลายเป็นโอกาสไปในที่สุด
- หน้า 20 -

บางทีทัศนคติอาจเป็นตัวชี้ขาดความสำเร็จที่สำคัญที่สุดเลยก็ว่าได้
- หน้า 22 -

การไม่ทำอะไรเลยกับการลงมือทำอะไรบางอย่างนั้น
มีเพียงแค่เส้นบาง ๆ คั่นอยู่
แต่ผลลัพธ์ของทั้งสองทางเลือกนั้นกลับแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง
- หน้า 25 -

กุญแจสำคัญของการค้นหาความต้องการ
คือการบ่งชี้ช่องโหว่และเข้าไปเติมเต็มช่องโหว่นั้น
- หน้า 28 -

การให้ความหมาย
เหนือกว่าการสร้างรายได้
- หน้า 34 -

เมื่อไหร่ก็ตามที่มีคนคิดว่าแนวคิดของคุณเป็นเรื่องบ้าบอ
นั่นแสดงว่าคุณมาถูกทางแล้ว
- หน้า 39 -